bnk48

BNK48 วงไอดอลที่ไม่ได้เป็นแค่โปรดักต์ไว้ให้จับมือ [GQThailand]

“แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้ไม่บ้างเลย” ท่อนเปิดของเพลง “Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย” ที่ดังกระหึ่มไปทุกหัวระแหง บางคนถึงขนาดยกมือขึ้นมาทำท่าเต้นโอนิกิริได้อย่างตรงจังหวะ

นี่คือปรากฏการณ์สำคัญของวงการเพลงไทยในต้นปีนี้ที่เราต้องพูดถึง การระเบิดความดังของกลุ่มไอดอล BNK48 ที่ใช้ระบบการจัดการวงแบบเดียวกับ AKB48 วงรุ่นพี่จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตอนนี้แทบไม่ต้องเสี่ยงทายแล้วว่าจะรุ่งหรือจะแผ่ว เพราะยอดจองบัตรคอนเสิร์ตหรือซีดีซิงเกิลแต่ละเพลงที่ปล่อยมานั้น หมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงชั่วโมง โอตะหลายคนคงอิจฉาที่ผมกำลังนั่งคุยกับอยู่กับเฌอปราง แก้ว เนย และมิวสิค หลังจากที่สงครามตีหมอนบนเตียงนอนของพวกเธอเพิ่งจบไป

bnk48

GQ: เพลง “Shonichi” ซิงเกิลลำดับที่ 3 ของพวกคุณ คงกดดันน่าดู เพราะเพลงก่อนหน้าคือ “Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย” นี่ถือว่าดังระดับลูกเล็กเด็กแดงร้องตามกันได้ทุกคน

MUSIC: กดดันพอสมควรเลยค่ะ เพราะเพลงคุกกี้เสี่ยงทายนั้นดังมาก เราเองก็ไม่แน่ใจว่าเพลงนี้จะไปได้ถึงระดับนั้นไหม แต่ยังไงพวกเราก็จะพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด KAEW: เพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” พาพวกเราไปสู่วงกว้าง แต่เพลง “Shonichi” จะทำให้คนฟังรู้จักตัวตนของเรามากขึ้น CHERPRANG: ใช่ เพราะเรื่องราวในเพลงคือเรื่องของพวกเราทุกคน KAEW:เพลงจะเล่าถึงตั้งแต่วันแรกที่พวกเราเข้ามาใน BNK48 แล้วเราต้องพยายามอะไรกันบ้าง บางท่อนก็มาจากตัวเราเลย เช่น เคยเป็นคนที่เต้นไม่เป็น ร้องเพลงไม่ได้ หรือเคยร้องไห้กับการเป็น BNK48 มาแล้ว NOEY: พอเวลาผ่านไปประสบการณ์ก็สอนอะไรให้กับพวกเราหลายๆ เรื่อง

GQ: ผมรู้มาว่าเนื้อเพลงตรงกับตัวคุณถึงขนาดเมมเบอร์บางคนร้องไห้ออกมาเลย

CHERPRANG: เพลงเล่าถึงความพยายามของสมาชิกทุกคนใน BNK48 ถ้าให้เราร้องในเวอร์ชั่นเพลงช้า รับรองว่าต้องมีการร้องไห้กันบ้างแน่ๆ แต่เราชอบตรงที่เพลงนี้ไม่ได้พูดถึงแค่พวกเราเท่านั้น แต่เป็นตัวแทนของคนที่มีความพยายาม และทำตามความฝันของตัวเอง โดยเฉพาะการที่ได้ทำอะไรด้วยความมุ่งมั่นจะสำเร็จหรือเปล่าไม่รู้ แต่รู้ว่าเราได้ทำ KAEW: เราเคยร้องเพลงนี้ที่เป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเพลงช้า ยังน้ำตาซึมเลย (หัวเราะ) พอมาเห็นเนื้อไทยโดยเฉพาะท่อนที่เขียนว่า “คำว่าพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ” เราก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ NOEY: เพลงนี้เป็นการเล่าถึงตัวเราจริงๆ MUSIC: ใช่ ก่อนมาเป็น BNK48 เราไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาซ้อมร้องซ้อมเต้นหนักขนาดนี้ บางครั้งเรากลับมั่นใจมากๆ ด้วยซ้ำว่าตัวเองเก่งแล้ว แต่พอมาเจอเพื่อนหรือคนที่เก่งกว่า เราก็แทบสูญเสียความมั่นใจไปเลย บางทีเราก็เฟลว่าทำไมตัวเองทำได้แค่นี้ ร้องเพลงก็ไม่ได้ เต้นก็ไม่ดี กลับบ้านไปก็นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว

GQ: แต่พวกคุณก็มาไกลจริงๆ นะ เพราะเวลาแค่ปีกว่าๆ คุณก็ได้ไปยืนอยู่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน กับการเปิดตัวซิงเกิลที่สามในฐานะกองเชียร์ของทีมฟุตบอลไทย

KAEW: เป็นเกียรติมากเลยที่ได้ร่วมงานกับทีมชาติไทยครั้งนี้ CHERPRANG:ตอนแรกที่ได้รู้ข่าวว่าพวกเราได้รับคัดเลือกเป็นทีมเชียร์ทุกครั้งที่ทีมชาติไทยลงแข่ง เราดีใจและตกใจมาก MUSIC: ขอบคุณมากๆ ที่ให้โอกาสกับพวกเรา เพราะไม่คิดว่าเขาจะให้โอกาสกับพวกเรา KAEW: เป็นความยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะพวกเราคือ ตัวแทนของประเทศไทยเลย NOEY: ตอนแรกเราคุยกันเล่นๆ ว่า พวกเราจะออกมาเป็นคณะตลกในช่วงพักครึ่งเวลา (หัวเราะ) แต่มันเป็นการพูดกลบเกลื่อนความตื่นเต้น เพราะงานนี้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ พวกเรายังไม่เคยได้ออกมายืนบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้มาก่อน CHERPRANG: แล้วการที่พวกเราไปอยู่ตรงกลางสนามกลางสายตาของผู้คน ท่ามกลางแฟนบอล ได้ยินเสียงเฮฮา ยิ่งทำให้ดีใจมากๆ ตื่นเต้นมากๆ NOEY: นี่เป็นครั้งแรก และเป็นหนึ่งในความตั้งใจของทีมผู้บริหารตั้งแต่แรกด้วย เพราะพี่ๆ เขาเคยบอกกับพวกเราว่า วันหนึ่งเขาจะพา BNK48 ไปโชว์ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานให้ได้ ซึ่งการร่วมงานกับทีมชาติไทยครั้งนี้เป็นเหมือนก้าวแรกที่พวกเราได้มาถึงแล้ว

GQ: พอมีคนติดตามเยอะขึ้นก็มีคนสงสัยในระบบของ BNK48 ในข้อห้ามต่างๆ เช่น ทำไมต้องห้ามถ่ายเซลฟี่ด้วย ถ้าเป็นดาราคนอื่นจะยินดี เพราะถือว่าได้โปรโมตตัวเองอีกช่องทางหนึ่ง

CHERPRANG: คนไทยอาจจะไม่ชินกับกฎนี้ แต่สำหรับเราคือการเคารพในสิทธิส่วนบุคคล MUSIC: คนไทยในหลายๆ ครั้งจะลืมเรื่องสิทธิส่วนบุคคล กฎของพวกเราบางข้อก็ช่วยปกป้องเรา เช่น การห้ามถูกเนื้อต้องตัวเด็ดขาด ซึ่งเราเป็นเด็กผู้หญิงก็เลยค่อนข้างชอบกับกฎข้อนี้ เพราะบางทีจะมีคนที่อยากมาจับตัวเรา เราก็เป็นหนึ่งคนที่ไม่อยากให้ใครมาถูกตัวมากเกินไป เป็นข้อดีที่ทำให้เราระวังเรื่องการถึงเนื้อถึงตัวมากเกินไป และการห้ามถ่ายรูปคู่ก็เพราะ จะได้ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งมีสิทธิพิเศษที่จะมาเซลฟี่กับเรา เพื่อความเท่าเทียมของเหล่าแฟนคลับด้วย KAEW: ใช่ กฎทำให้เราปลอดภัย อย่างดาราดังๆ ที่เราเห็นบ่อยๆ คือ คนจะเข้าไปรุมขอถ่ายรูป แต่กฎของเราคือถ่ายรูปด้วยไม่ได้ ทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น NOEY: ช่วยให้ทุกอย่างเป็นระเบียบมากขึ้นด้วย มีการจัดการง่ายขึ้น ซึ่งเรามองว่าการถ่ายรูปด้วยไม่ได้เป็นกิมมิกของทางวงที่ทำให้ BNK48 กลายเป็นจุดเด่นไปเลย (หัวเราะ)

GQ: อาจจะเป็นเพราะแบบนี้ด้วยหรือเปล่าที่บางคนมองว่าคุณเป็นโปรดักต์ของบริษัทมากกว่าเป็นศิลปิน หรือจริงๆ แล้วคุณเองก็อยากบอกกับใครต่อใครเหมือนกันว่า ไม่จริง พวกฉันมีคุณค่ามากกว่านั้น

CHERPRANG: ยอมรับค่ะ (หัวเราะ) NOEY: สำหรับเราเรื่องนี้คือการแลกเปลี่ยนที่เราคิดว่าคุ้มค่า เราเข้ามาเป็นผลิตภัณฑ์ให้บริษัท แต่ได้ทำตามความฝันของตัวเอง มีโอกาสหลายๆ อย่างที่เข้ามาก็เพราะบริษัทมอบให้ CHERPRANG: เรายอมรับในสิ่งที่เป็น และจะพัฒนาตัวเองต่อไปให้ดีที่สุด การถูกมองว่าเป็นโปรดักต์ก็เป็นแรงกดดันอย่างหนึ่งเหมือนกันที่ทำให้เราอยากพิสูจน์ตัวเอง MUSIC: เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นโปรดักต์ที่ตั้งอยู่นิ่งๆ ให้คนมาหยิบ เรามีความอยากพัฒนาตัวเอง ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาบังคับให้เราทำ แต่เป็นทุกอย่างที่ทำให้เราต้องถีบตัวเองขึ้นไปให้ดีกว่าวันนี้ KAEW: ถ้ามองแค่ในด้านการตลาดก็ใช่ แต่ถ้าในความรู้สึก เราไม่คิดว่าตัวเองเป็น

GQ: เคยรู้สึกไม่แฟร์บ้างไหมที่ตัวเองโดนโจมตีจากใครก็ไม่รู้แบบแรงๆ หรือว่ากล่าวแบบเสียๆ หายๆ

NOEY: แรกๆ ก็ไม่ชินนะคะ โดยเฉพาะการออกมาพูดอะไรนิดหน่อยแล้วกลายเป็นดราม่า และเกิดเป็นความรู้สึกเฟลขึ้นมาว่าเราทำอะไรก็ผิด แต่ทุกวันนี้เราก็เอาสิ่งที่เขาพูดมาปรับปรุงถ้าเรื่องนั้นตรงกับตัวเอง CHERPRANG: เราเคารพในสิ่งที่เขาคิด เพราะเขามีสิทธิ์ในการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะไม่รับความคิดนั้นมาใส่ใจด้วย KAEW: บางทีการเงียบก็เป็นทางออกที่ดีที่สุด ถ้าเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องจริง MUSIC: เราโดนดราม่ามาเยอะ จนกลายเป็นความเครียด ความโกรธ ความเสียใจ แล้วพอทุกอย่างไปถึงที่สุดก็กลายเป็นการปลง (หัวเราะ) หลายเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะเป็นความที่เราเป็นคนตรง เราทำแบบนั้นออกไปเอง เรื่องที่เกิดนั้นเกิดขึ้นจากตัวเราเอง ก็เรียนรู้ไว้ว่าคราวหลังจะไม่ทำแบบนี้อีก

GQ: เรื่องที่ตัวเองทำ แน่นอนว่าคนคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ แต่กับเรื่องที่ไม่ได้ทำ พวกคุณก็มีโอตะออกตัวมาปกป้อง ซึ่งบางทีก็รุนแรงกันเหลือเกิน

KAEW: เรายินดีและดีใจที่แฟนคลับหวงแหนและปกป้องเรา แต่ในจุดที่เกินไปก็อยากให้เหลือพื้นที่ในวงการให้เราบ้าง (หัวเราะ) ถ้ามีข่าวแบบนี้ออกมาเยอะๆ พี่ๆ หลายคนก็คงกลัวและไม่อยากร่วมงานกับพวกเรา แต่เรื่องดีๆ ที่พวกเขาแสดงให้เห็นว่ารักพวกเราคือ เวลาที่ไปเห็นบางคอมเม้นต์มาบอกว่า BNK48 เป็นวัตถุทางเพศ แล้วก็มีคนออกมาปกป้องเรา เราดีใจที่มีคนเข้าใจ เพราะเราอยากสร้างภาพลักษณ์ดีๆ ว่า BNK48 คือ ไอดอลจริงๆ

bnk48

GQ: ตอนที่พวกคุณไปออกรายการ The Driver ของโอ๊ต ปราโมทย์ คุณรู้ใช่ไหมว่าแกนของรายการนี้เป็นอย่างไร

CHERPRANG: พวกเรารู้กันอยู่แล้ว เราเข้าใจว่ารายการนี้มีรูปแบบอย่างไร แต่พอกระแสที่เกิดขึ้น เราก็ได้แต่ อืม… ซึ่งเป็นความรักของแฟนๆ ที่พวกเขาปกป้องเรา แต่ในอีกแง่คือ พวกเรายังใหม่กันอยู่ด้วย ดังนั้นตอนนี้เลยเป็นช่วงที่กำลังหาจุดที่พอดีสำหรับพวกเราเองด้วย ว่าควรอยู่ที่ตรงไหน

GQ: เมื่อปลายปีที่แล้วมีประเด็นร้อนแรงในวงการฮอลลีวูด คือ #Metoo พวกคุณก็เป็นตัวแทนของกลุ่มหญิงสาวรุ่นใหม่ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้

CHERPRANG: จริงๆ เหตุการณ์แบบนี้ในบ้านเราก็อาจจะรุนแรงพอกัน แต่เราปิดมันเอาไว้มากกว่า KAEW: ถ้าเป็นเราโดนเอง ด้วยความที่เป็นคนไทยก็จะรู้สึกอาย ไม่กล้าออกมาพูด แล้วก็ปิด หรือเก็บเงียบไว้คนเดียว CHERPRANG: เราก็อยากเป็นคนหนึ่งที่ออกมาปรับเปลี่ยนสังคม ถึงแม้บางคนจะมองว่าเราเป็นวงญี่ปุ่น แต่เราอยากทำสังคมให้ดีขึ้น เรื่องพวกนี้ถ้าเราช่วยกันส่งเสียงออกไปได้ก็ดี ซึ่งจริงๆ ก็มีคนออกมาพูดเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นประเด็นขึ้นมาเหมือนต่างประเทศ สิทธิทางการพูดที่ต่างประเทศค่อนข้างชัด และเป็นไปได้มากกว่า เราก็อยากจะเปลี่ยนความคิดนี้กับสังคมไทย เพราะสิทธิสตรีก็เป็นเรื่องสำคัญ ถึงตอนนี้สิทธิและเสียงของผู้หญิงผู้จะดีขึ้นมาจากอดีตมากแล้ว แต่ยังไงผู้หญิงก็จะถูกมองว่าอ่อนแอกว่าเสมอ NOEY: ผู้หญิงตอนนี้ทำได้ทุกอย่างแล้ว เลี้ยงตัวเองได้ ทุกอย่างเท่าเทียมกับผู้ชายหมด แต่ก็ควรเคารพในสิทธิของตัวเอง ถึงเราจะทำแบบนี้ได้แต่ก็ไม่ใช่การไปละเมิดสิทธิคนอื่น ถ้าคิดแบบนี้แล้วการล่วงละเมิดทางเพศก็จะไม่เกิด CHERPRANG: ไม่เพียงเฉพาะกับผู้หญิง ผู้ชาย หรือกลุ่ม LGBT ก็ด้วย ทุกคนต่างก็มีสิทธิของตัวเอง แต่การถูกบูลลี่ หรือถูกมองว่าเป็นวัตถุทางเพศนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ (ถอนหายใจ) แต่เราเป็นมนุษย์ มีวุฒิภาวะ การเติบโตควรไปพร้อมกับจิตสำนึก ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่ทำร้ายใคร ถ้าคิดได้แบบนี้กันก็เชื่อว่าสังคมจะดีขึ้น

GQ: ถ้าพูดถึงสิทธิส่วนบุคล กรณีที่เราอยากแต่งตัวเซ็กซี่นิดนึง และเซฟตัวเองแล้ว ว่าไม่โป๊หรอก แต่คนมาคอมเม้นต์กันกระหน่ำเลย ว่าทำไมแต่งตัวโป๊จัง ตกลงจะยังไงดี

KAEW: เราไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิของตัวเอง เพราะเราเป็นบุคลสาธารณะ ก่อนจะทำก็คิดไว้แล้วว่าจะไม่ส่งผลแย่กับเรา หรือคนอื่นมองเราในทางที่เสียหาย แต่ก็ยอมรับว่ามีคนที่เขามโนหรือเอาไปคุยกันเอง ต่อให้รูปไม่ได้สื่ออะไร แต่คนเขาจะเอาไปคิดก็คิดได้ ดังนั้นให้รู้ตัวเองไว้เสมอว่า ส่วนไหนที่เราทำได้ และเรากำลังทำสิ่งที่เหมาะสมอยู่ MUSIC: เป็นเรื่องทีเซ้นซิทีฟมาก สังคมไทยยังไม่ได้ปรับตัวกับเรื่องนี้กันมาก เขายังมีความเชื่อจากสมัยก่อนว่า ผู้หญิงต้องเดินตามผู้ชาย ยังไงเราก็บังคับความคิดเขาไม่ได้ ต้องมีใครสักคนที่พร้อมจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง แต่ก็เป็นอีกเรื่องที่เรากลัว เพราะถ้าพวกเราลุกขึ้นมาล่ะ ซึ่งก็ทำได้ แต่ใครจะมาปกป้องพวกเรา และจะมีสักกี่คนที่จะมาสนับสนุนความคิดของเรา ซึ่งหลายคนก็คิดแบบเดียวกัน สุดท้ายก็เป็นการเก็บเงียบต่อไปแบบเดิม เรื่องนี้เลยพูดยากมากๆ

bnk48

GQ: พวกคุณต้องเคยเล่นเกม The Sims กันแน่ๆ มาลองสร้างตัวละครในอุดมคติของพวกคุณกันหน่อยดีกว่า

CHERPRANG: คงเป็นหนุ่มสไตล์ญี่ปุ่นหน่อยๆ แต่อาจจะเปลี่ยนเป็นผู้หญิงก็ได้ ขอประมาณพี่แก้ม เดอะสตาร์ หรือพี่ดา เอ็นโดรฟิน KAEW: จริงๆ เราเน้นที่สกิลมากกว่า เช่น แต่งเพลงได้ และก็แต่งตัวดี อ้อ! (ดีดนิ้ว) อย่างพี่อะตอม ชนกันต์ นี่ก็ได้ เคยเจอพี่เขาในงาน เขาแต่งตัวดี และก็มีฝีมือในการทำเพลง เอาเขามาเป็นต้นแบบได้เลย เขาเท่แต่ก็มีมุมสบายๆ ด้วย NOEY: ของเราน่าจะเป็นคนกวนๆ มีอารมณ์ขัน แต่เป็นคนสุภาพด้วยนะ เอ๊ะ หรืออย่างพี่ซาร่า AF ก็ได้นะ พี่เขาทั้งเก่งและก็มีอารมณ์ขัน (หัวเราะ) หรือน้าเน็กก็ได้ KAEW: เออใช่ น้าเน็กเก่งจริง ตอนเราไปงานประกาศรางวัล แล้วน้าเน็กเป็นพิธีกรแค่คนเดียวแต่เขาเอาคนดูอยู่ได้ นับถือน้าเน็กมาก MUSIC: เราขอเป็นสไตล์หนุ่มอังกฤษผสมกับเกาหลี อย่างผู้ชายสไตล์ GQ นี่ก็ได้เลยค่ะ (หัวเราะ)

GQ: อยากให้พูดถึงแฟนคลับรุ่นแรกๆ หน่อยๆ เห็นหลายคนเริ่มนอยด์ กลัวว่าพวกคุณดังมากๆ แล้วจะลืมพวกเขา

CHERPRANG: พวกเขาเป็นคนที่มีความสำคัญกับพวกเรา ถ้าพูดกันจริงๆ แล้วเขาทำให้ BNK48 มีวันนี้ด้วยซ้ำ และช่วยขยายพวกเราออกไปมากขึ้น ถ้าพวกเขาจะคิดว่าน้องๆ จะลืมพวกเขาหรือเปล่า MUSIC: บอกเลยว่าไม่มีทาง CHERPRANG: ใช่ ยิ่งคนที่อยู่กับพวกเรามาตั้งแต่แรกเราจะมีความรู้สึกลึกซึ้งกว่านิดหนึ่งเสมอ NOEY: สำหรับเราเป็นความรู้สึกขอบคุณที่พวกเขามองเห็นพวกเรามากกว่า เพราะตอนนั้นเราแทบจะไม่มีอะไรเลย ความสามารถก็แทบเป็นศูนย์ แต่เขากลับมองเห็นว่าในตัวพวกเรามีอะไร และคอยตามให้กำลังใจ KAEW: แฟนคลับช่วงหลังๆ บางคนเข้ามาเพราะว่าเพลงเราดังหรือวงนี้น่ารัก ไหนลองมาติดตามดูหน่อย แต่แฟนคลับช่วงแรกพวกเขามาตามเราตั้งแต่ยังไม่มีเพลงออกมาด้วยซ้ำ อย่างแฟนเพจของแก้วตอนนั้นมีคนไลค์อยู่ 500 คน ซึ่ง 500 คนนั้นเขาเอาอะไรมาชอบเรา (หัวเราะ) ซึ่งขอบคุณมากที่เชื่อมั่นในตัวพวกเรา ว่า BNK48 จะมีวันนี้ได้ พอมีวันนี้จริงๆ ก็อยากให้พวกเขาภาคภูมิใจในตัวเองด้วย ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันพวกเรามาได้ไกลถึงจุดนี้

ภาพ: แสงอรุณ จำปาวัน
แต่งหน้า: จิน จินตสุรสะ
สไตล์: บริพัฒน์ สิงห์แก้ว, เตวิช พาณิชย์ปรัชญา
เสื้อผ้า: SENADA, MADE OF FABRIC, H&M
ขอบคุณสถานที่: โรงแรม W BANGKOK
Link : http://www.gqthailand.com/people/article/bnk48-interview