เนย มิวสิค bnk48

เนย-มิวสิค อยากให้”Shonichi วันแรก”เป็นเพลงของทุกคนที่มีความฝัน

ทีมข่าวช่อง 3 ออนไลน์ได้สัมภาษณ์ “เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล” และ “มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์”ถึงความรู้สึกในการได้เป็นเซ็นเตอร์เพลง “Shonichi วันแรก” กับความรู้สึกที่ได้มาเป็น BNK48 ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้…..และนี่คือบทสัมภาษณ์ของพวกเรา

สำหรับเนยแล้ว รู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นเซ็นเตอร์ครั้งแรก

เนย : ดีใจค่ะ หนูก็หวังอยู่แล้วว่าสักวันจะได้มายืนอยู่ตรงนี้ แต่ตอนนั้นไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นชื่อเราประกาศออกมา เพราะตอนประกาศ เขาประกาศชื่อมิวสิคมาก่อน หนูไม่รู้ด้วยว่าเพลงนี้มีเซ็นเตอร์ 2 คน พอตอนประกาศออกมา หนูแบบ”หา”จริงหรือ แล้วจากนั้นทุกอย่างมันปิดหมดเลย มันอื้อไปหมด ตอนนั้นเขาให้หนูพูดขอบคุณ หนูคิดไม่ออกว่าจะต้องพูดว่าอะไร เหมือนเราไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย แบบว่าอึ้งไปหมด

คิดว่าการได้เป็นเซ็นเตอร์มันมีความสำคัญอย่างไร

เนย : ตอนแรกที่เข้ามาหนูจะคิดว่าเซ็นเตอร์คือคนที่เด่นที่สุด หรือไม่ก็อยู่ตรงกลาง แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้แล้วว่า จริงๆ แล้วเซ็นเตอร์คือตัวแทนของเพลงนั้นๆ เราอยู่ข้างหน้าก็จริง คนเห็นเราเยอะก็จริง แต่เราก็ต้องสื่อเพลงนั้นออกมาให้มีประสิทธิภาพ ถ้าเราสื่อออกมาผิด เพลงนั้นความหมายจะเปลี่ยนทันที เหมือนเราเป็นผู้นำในการโชว์เพลงเลยก็ได้

มิวสิค : ตอนแรกก็คืดเหมือนพี่เนยค่ะ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีเซ็นเตอร์ เพราะการที่มีเซ็นเตอร์ทำให้เราต้องมารู้สึกเสียใจ เวลาที่เราไม่ได้รับตำแหน่ง แต่หนูคิดว่าตำแหน่งเซ็นเตอร์เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างหนัก เพราะเราต้องถ่ายทอดบทเพลงนั้นผ่านตัวเราออกมาให้ได้ดีที่สุด เพื่อนเหนื่อยแค่ไหน เราต้องเหนื่อยกว่านั้น เพราะเราอยากให้แฟนคลับรับรู้ว่าเพลงนั้นมีความว่าอย่างไร และตัวเราสามารถแสดงอะไรให้เขาเห็นได้บ้าง

เนย มิวสิค bnk48

การเป็นเซ็นเตอร์ มีการฝึกที่แตกต่างจากคนอื่นไหม

เนย : ไม่แตกต่างค่ะ เราซ้อมทุกอย่างเหมือนกันหมด

มิวสิค : ตำแหน่งเซ็นเตอร์จะคล้ายๆ กับเพื่อนค่ะ ไม่ได้เด่นมากขนาดนั้น แต่ที่เด่นน่าจะเป็นตอนถ่ายปกซิงเกิล เราจะได้ยืนตรงกลาง หรือเวลาสัมภาษณ์ เขาจะเรียกเซ็นเตอร์มาก่อน

คิดว่าคนที่เลือกเราเป็นเซ็นเตอร์ ดูจากคุณสมบัติอะไรบ้าง

เนย : อย่างแรกหนูว่าต้องสวย ล้อเล่นนะคะ(ขำ) ที่เคยฟังจากคนอื่นมา เขาบอกว่าอาจจะเลือกจากบุคลิคที่เหมาะกับเพลง แต่หนูมองว่าเพลง “Shonichi วันแรก” ใครเป็นก็ได้ เพราะว่าทุกคนในวงก็พยายามเหมือนกันหมด แต่เราอาจจะมีมุมที่ผู้บริหารเขามองเห็น ก็เลยเลือกเรา 2 คน เพราะถ้าพูดถึงความพยายาม หนูว่าทุกคนในวงก็พยายามกันหมด

มิวสิค : มันเป็นเพลงที่เล่าเรื่องราวของพวกเราตั้งแต่วันแรก ก็เลยคิดว่าเพลงนี้มีความหมายกับทุกคนค่ะ ไม่ใช้แค่เรา 2 คน

เคยถามคนที่เลือกเรา 2 คน ให้เป็นเซ็นเตอร์ไหม ว่าทำไมถึงเลือกเรา

เนย : ไม่เคยเลยค่ะ(ขำ)

มิวสิค : เคยค่ะ เขาก็บอกกลับมาว่า เลือกที่หนูเป็นแบบนี้ ทุกวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจ(ขำ) แต่อย่างเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย หนูว่า “โมบายล์” เหมาะกับเพลงนั้นจริงๆ ด้วยเสียงและบุคลิคของโมบายล์

โมบายล์ BNK48
โมบายล์ BNK48

มิวสิคได้เป็นเซ็นเตอร์ถึง 3 เพลง แล้ว คิดว่าถูกเลือกเพราะเสียงร้อง หรือความนิยมหรือเปล่า

มิวสิค : หนูคิดว่าน่าจะเลือกเพราะภาพลักษณ์อย่างเดียวมากกว่า

เนย : แต่หนูรู้นะว่าทำไมมิวสิคถึงได้เป็นเซ็นเตอร์ อย่างตอนประกาศชื่อน้องออกมาหนูก็ไม่ได้มีข้อโต้แย้งเลย เพราะหนูคิดว่ามันเหมาะกับน้องจริงๆ มิวสิคเป็นเด็กที่เก่งมาตั้งแต่แรก น้องเต้นเก่ง น้องดูสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่แรก แต่น้องก็จะมีช่วงตัน เหมือนกับคนที่พัฒนาการสูงอยู่แล้วเวลาจะพัฒนาต่อมันจะขยับช้ากว่าคนอื่นๆ น้องก็เริ่มกดดัน หลายๆ อย่างมันแสดงออกมาจากการเต้น สีหน้า น้องดูเครียดขึ้น แต่ว่าน้องก็ผ่านมันมาได้ และสามารถพัฒนาขึ้นไปได้อีก

มิวสิค : เขินนะเนี่ย(ขำ)

เนย : หนูมองว่าตรงจุดนั้นมันต้องเป็นความพยายามจริงๆ ถ้าถอดใจไปนิดนึงก็อาจจะไปต่อไม่ได้เลย

มีเพื่อนๆ เคยปรึกษาไหม ว่าทำไมไม่ได้เป็นเซ็นเตอร์บ้าง

เนย : ส่วนใหญ่เรื่องที่จะปรึกษากันจะเป็นเรื่องที่เราเครียดๆ กันค่ะ ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องการเต้นการร้อง เพราะเราจะสอนกันตลอดอยู่แล้ว

มิวสิค : บางทีที่ปรึกษากันจะเป็นเรื่อง Cyberbullying (การกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์) มากกว่าค่ะ เพราะมันไม่มีทางอยู่แล้วที่เราจะไม่เครียดเรื่องนี้ ไม่มีใครที่เรารัก 100% ขนาดนั้น เราจะมานั่งคุยกันว่าเราจะทำอย่างไรให้ไม่เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เราไม่เคยคุยกันเลยว่าทำไมไม่ได้เป็นเซ็นเตอร์ หนูมองว่าที่ทุกคนพยายามอยู่ตอนนี้ไม่ได้พยายามที่จะเป็นเซ็นเตอร์ แต่อยากให้แฟนคลับตัวเองภูมิใจ แฟนคลับติดตามเรามานาน สิ่งที่เราตอบแทนแฟนคลับได้มีอะไรบ้าง

คิดว่าแต่ละคนจะพัฒนาตัวเอง และสร้างความโดดเด่นกันอย่างไร

เนย : อย่างแรกคือเป็นตัวเองเลยค่ะ อย่าง “น้ำหนึ่ง” ก็เป็นสายตลก แฟนคลับเวลามองก็จะมองว่าน้ำหนึ่งเป็นคนสวยและตลกได้

มิวสิค : พี่เนยเป็นคนตลกธรรมชาติค่ะ เรื่อยๆ น่ารัก เป็นคนมีออร่า หนุว่าบุคลิคพี่เนยไม่ซ้ำกับใครในวงเลย เป็นคนที่มีพลังด้านบวก เวลาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ผ่อนคลาย ไม่เครียดเลยค่ะ

เนย : มิวสิคเป็นเด็กที่มีความพยายามสูงมาก น้องใส่เต็มทุกเพลง ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน น้องก็ยังใส่เต็มที่ตลอด แล้วก็เป็นคนนุ่มนิ่มๆ ตัวนุ่มๆ

เพลง”Shonichi วันแรก”ซ้อมกันอย่างไร

มิวสิค : ครูเขาจับเป็นกลุ่มมาซ้อมค่ะ เพราะท่อนที่หนูกับพี่เนยร้อง จะร้องกัน 4 คน มีพี่เฌอปราง กับโมบายล์ มาร้องด้วยกัน เวลาครูเรียกมาซ้อมก็จะต้องซ้อมด้วยกันตลอด

คิดอย่างไรกับ MV Shonichi The Stories

เนย : เป็น MV ที่ยาวมาก แต่เล่าเรื่องราวได้ดีมากๆ หลายๆ ความรู้สึกที่เราพูดออกไปมันเป็นความรู้สึกจริงๆ ที่เราไม่ได้มีโอกาสได้พูด แต่เราได้สื่อเข้าไปใน MV นี้ ดูทุกครั้งก็รู้สึกน้ำตาจะไหลตลอดเลยค่ะ

แล้วตัว”【MV Full】Shonichi วันแรก”ที่ตัดเหลือ 4 นาที ล่ะ

เนย : ตัวนี้เป็นการย่อเรื่องจากตัว The Stories มาให้เหลือแค่ 4 นาที ค่ะ และก็เป็นการเล่าเรื่องราวโดยเน้นไปที่ตัวน้องนักฟุตบอล หนูคิดว่าเขาอยากจะสื่อให้เห็นในมุมมองความพยายามของคนอื่นบ้าง ไม่ใช่แค่ในวงเรา เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่เราต้องการให้กำลังใจกับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในความฝันอะไร จะทำอะไร สิ่งที่มันเหมือนกันคือเราพยายามกันทุกคน ไม่ว่าน้องที่เป็นนักฟุตบอล หรือพวกเราเองก็ต้องมีความพยายามมาก ถึงจะมายืนในจุดนี้ได้

มิวสิค : เป็นการเล่าเรื่องที่บอกว่า ไม่เกี่ยวว่าจะต้องเป็นแค่ไอดอล แต่เพลงนี้เกี่ยวข้องกับทุกคนที่กำลังมีช่วงเวลาที่ท้อแท้ ความฝันมันมาได้ยาก ต้องเสียน้ำตา เสียเหงื่อ แต่สิ่งที่เรารออยู่อาจจะเป็นดอกไม้ที่เบ่งบาน เหมือนกับในเนื้อเพลง

bnk48

ถามเรื่องอื่นบ้างดีกว่า รู้สึกอย่างไรที่ BNK48 โด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

เนย : เราไม่คิดเลยว่า BNK48 จะดังเร็วขนาดนี้ คือพวกเราตั้งใจอยู่แล้วว่าอยากให้วงเราเป็นที่รู้จัก แต่ก็ยอมรับว่าที่โด่งดังเร็วเพราะกระแส”คุกกี้เสี่ยงทาย”ทำให้คนรู้จัก BNK48 มากขึ้น

มิวสิค : เป้าหมายของพวกเราคืออยากให้วงดัง ไม่ต้องเป็นตัวเราก็ได้ค่ะ

เนย : วันแรกที่เข้ามา คนที่บ้านยังถามเลยว่า BNK48 กับ AKB48 คืออะไร เพราะคนที่บ้านไม่ได้ติดตามเลยค่ะ แต่ตอนนี้เราเริ่มทำให้คนรู้จักวง BNK48 มากขึ้นค่ะ

คิดว่าความแตกต่างระหว่างไอดอลไทย กับ ญี่ปุ่น แตกต่างกันอย่างไร

มิวสิค : ถ้าเทียบกับวงรุ่นพี่ หนุคิดว่าเราเต้นได้แข็งแรงไม่แพ้รุ่นพี่ แต่ถ้าเทียบเสน่ห์ เราสู้รุ่นพี่ไม่ได้เลยค่ะ รุ่นพี่ AKB48 ออร่าแรงมาก เพราะหนูเคยได้ไปเต้นร่วมกับรุ่นพี่ครั้งหนึ่ง รุ่นพี่เขามีพลังสดใส พลังด้านบวกที่เยอะมาก เราต้องพัฒนาอีกมากถึงจะเป็นไอดอลที่แท้จริง

เนย : หนูว่าด้วยความที่ญี่ปุ่นเขามีมานานแล้ว ประสบการณ์ต่างๆ เขามีมากกว่า เรายังต้องฝึกอีกเยอะ

มิวสิค : อย่างพี่รินะที่มาจากวง AKB48 มาอยู่กับวกเรา พี่รินะเต้นสวยมาก และมีออร่ามากๆ เลย คือเขาไม่ได้เก่งมาแต่แรก แต่เขาฝีกด้วยตัวเอง เพราะที่ญี่ปุ่นไม่มีครูมาสอนแบบพวกเรา หนูก็หวังว่า BNK48 จะเต้นและสื่อพลังได้ดีเหมือนกับรุ่นพี่ อยากให้รุ่นพี่ภูมิใจที่มีวงน้องสาวแบบวงเรา

เราต้องมีการระมัดระวังแฟนคลับกันบ้างไหม

เนย : เราเชื่อใจแฟนคลับเรานะคะ ทุกคนอ่อนโยนมากๆ เลย อย่างเวลางานจับมือเราไม่กังวลเลยว่าแฟนคลับจะทำอะไรไม่ดีกับเรา

มิวสิค : พวกเราเองก็ระมัดระวังตัวกันเองแบบพอประมาณค่ะ เพราะบางสถานการณ์การ์ดไม่สามารถช่วยเราได้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

คิดอย่างไรกับกฎห้ามถ่ายรูปกับแฟนคลับ

เนย : ตอนแรกก็กลัวๆ นิดนึง เพราะประเทศไทยยังไม่เคยมีกฎนี้เข้ามา อย่างดารารุ่นพี่ทั่วไป เขาก็สามารถถ่ายรูปได้ปกติ แล้วเราเป็นรุ่นน้อง น้องใหม่ในวงการ ก็ค่อนข้างกลัวว่าเขาจะมองว่าเราหยิ่งหรือเปล่า แต่เราก็ต้องทำตามกฎอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี เราจะไปละเมิดไม่ได้ค่ะ

bnk48

ถามเรื่องการเรียนหน่อย ทำไมเนยสนใจสายวิทย์

เนย : คือพ่อกับแม่มองว่าสายวิทย์มันไปได้ทุกทาง สามารถสอบเข้าได้ทุกคณะ พอเรียนไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าชอบ ชีววิทยา ตอนเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกทางด้านนี้ แต่ตอนนี้แทบจะไม่ได้เข้าไปเรียนเลยค่ะ เพราะทำงานหนักมาก

แล้วมิวสิคล่ะ เรื่องเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

มิวสิค : มัธยมหนูเรียนกฎหมายค่ะ เรียนตามคุณปู่ด้วยส่วนหนึ่ง แต่พอได้มาเรียนก็ชอบ ได้รู้อะไรหลายๆ อย่างกับกฏหมายบ้านเมืองไทย ส่วนตอนนี้ออกมาสอบเทียบแทนค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้ไปเรียนเพื่อเตรียมตัวไปสอบเทียบเลยเหมือนกัน เพราะงานตรงนี้เยอะมากๆ ถ้าได้เข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกอยู่ว่า จะลงเป็นอักษรศาสตร์ภาษาญี่ปุ่น หรือกฏหมายดี

สุดท้ายละ การที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ เสียดายชิวิตวัยรุ่นปกติไหม

เนย : ไม่เลยค่ะ รู้สึกขอบคุณตัวเองด้วยที่กล้าสมัครเข้ามา ทำให้ได้มาอยู่ตรงจุดนี้ ประสบการณ์เยอะมาก ทานข้าวบนรถตู้ วิ่งหอบเสื้อผ้าไปทำงาน เราได้รับความรักจากแฟนคลับ เราเป็นแค่เด็กคนนึง แต่เราทำให้แฟนคลับเรามีความสุขได้ รู้สึกดีมากๆ ค่ะ

มิวสิค : ไม่เลยค่ะ อาจจะมีช่วงเวลาท้อแท้หรือว่ายากลำบาก แต่มันก็ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่คนอื่นไม่ได้พบเจอ อาจจะเหนื่อยไปบ้าง แต่หนูว่ามันคุ้มค่าที่เราได้มาอยู่ตรงนี้ บางคนบอกว่าอาจจะไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน แต่หนูก็มีพี่ๆ เพื่อนๆ อยู่ในวง ได้ไปทำงานกับรุ่นพี่ที่ญี่ปุ่น ทานข้าวด้วยกัน นอนห้องเดียวกัน หนูว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เราได้รับด้วย

Link http://news.ch3thailand.com/entertainment/67636